อนุสาวรีย์วีระชนค่ายบางระจัน

อนุสาวรีย์วีระชนค่ายบางระจัน อยู่ที่อำเภอค่ายบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี เป็นอนุสาวรีย์ขนาดใหญ่ ประดิษฐ์รูปหล่อ วีระชนซึ่งเป็นชาวบ้านบางระจันที่ได้ แสดงวีรกรรมอันกล้าหาญ ความเสียสละอันยิ่งใหญ่ของคนไทย ซึ่งเป็นชาวบ้านของคน กลุ่มหนึ่ง เสียสละชีวิตเป็นชาติพลีแสดงความรักชาติบ้านเมืองได้ รวมพลังขึ้นเองอย่างจริงใจ และฉับพลันในยามบ้านเมืองมีศึก ตั้งค่ายต่อต้าน กองทัพพม่าข้าศึกต่อสู้ได้ชัยชนะ ถึง ๗ ครั้งเพื่อถ่วง เวลาคอยกองทัพหลวงจากกรุงศรีอยุธยาได้ นานถึง ๕ เดือน จึงได้แพ้แก่ข้าศึกเมื่อวัน จันทร์เดือน ๘ แรม ๒ ค่ำ ปีจอ วีรกรรมของ ท่านไว้ด้วยความภาคภูมิใจเป็นเยี่ยงอย่างที่ดีแก่คนไทย ผู้รักผืนแผ่นดินไทย จังหวัดสิงห์บุรีพร้อมด้วย ประชาชนชาวไทยพร้อมใจกัน สร้างอนุสาวรีย์และพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดชได้เสด็จประกอบพิธีเปิดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๙ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๑๙

รายชื่อผู้เป็นหัวหน้าถึง ๑๑ คน มีดังนี้

๑. นายแท่น ชาวบ้านศรีบัวทอง แขวงเมืองสิงห์บุรี

๒. นายอิน ชาวบ้านศรีบัวทอง แขวงเมืองสิงห์บุรี

๓. นายเมือง ชาวบ้านศรีบัวทอง แขวงเมืองสิงห์บุรี

๔. นางโชติ ชาวบ้านศรีบัวทอง แขวงเมืองสิงห์บุรี

๕. นายดอกไม้ ชาวบ้านสี่ร้อย แขวงเมืองวิเศษชัยชาญ

๖. นายทองแก้ว ชาวบ้านสี่ร้อย แขวงเมืองวิเศษชัยชาญ

๗. ขุนสรรค์สรรพกิจ(ทนง) กรมการเมืองสรรคบุรี

๘. นายพันเรือง กำนันตำบลบางระจัน

๙. นายทองแสงใหญ่ ผู้ช่วยกำนัน ตำบลบางระจัน

๑๐. นายจันเขียว หรือจันหนวดเขี้ยว นายบ้านโพธิ์ทะเล

๑๑. นายทองเหม็น ผู้ใหญ่บ้านกลับ

วัดโพธิ์เก้าต้น หรือวัดไม้แดง อยู่ในบริเวณค่ายบางระจัน เป็นสถานที่ วีรชนชาวบ้านบางระจัน ในสมัยปลายกรุงศรีอยุธยา ใช้เป็นที่มั่น ในการต่อต้านข้าศึก ภายในบริเวณวัด มีวิหารพระอาจารย์ธรรมโชติ

รูปปั้นพระอาจารย์ธรรมโชติ สระน้ำศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งมึผู้คนมาขอพร หรือบนขอสิ่งที่ต้องการ เมื่อสำเร็จตามที่ขอ ก็จะมีการมาแก้บนด้วยการหาบน้ำมาใส่สระน้ำศักดิ์สิทธิ์ ก็ถือได้ว่าเป็นการแก้บนที่แปลกไปอีกอย่าง

“ วีรกรรมในครั้งนี้นับเป็นของผู้ที่รักแผ่นดินไทย เป็นสิ่งที่ทำให้คนไทยทั้งมวล ทั้งในอดีตและปัจจุบันมีกำลังใจและเตือนสติให้มีความสามัคคี และรักษาจิตใจให้เข้มแข็งเพื่อรักษาประเทศไทยให้ตนเองและความมั่นคงของแผ่นดิน “

เป็นพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งได้ประทานให้ในวโรกาสเสด็จพระราชดำเนินเปิดอนุสาวรีย์วีรชนค่ายบางระจัน เมื่อวันที่ 29กรกฎาคม 2519

ตำนานวีรกรรมของชาวบ้านบางระจัน เป็นเรื่องเล่าจากปากผู้คนรุ่นหนึ่งสู่คนอีกรุ่นหนึ่ง ที่ใช้สั่งสอนลูกหลานไทยมาเป็นเวลากว่า 200 ปี ให้เห็นถึงจิตวิญญาณแห่งความรักชาติ ความกล้าหาญ ความสามัคคี ของชาวบ้านบางระจันและหมู่บ้านใกล้เคียง ไม่ว่าชาย,หญิง, เด็ก, คนแก่ หรือแม้แต่พระภิกษุ ซึ่งรวมตัวกันจับอาวุธเท่าที่หาได้  และสร้างอาวุธจากวัสดุเท่าที่จะหาได้และใช้ภูมิปัญญาเท่าที่มีทำขึ้นมาใช้ต่อกรกับข้าศึกศัตรูที่แข็งแกร่งด้วยกำลังพล และยุทโธปกรณ์เหนือกว่าทุกทางเช่น กองทัพใหญ่ของพม่า

ชาวบางระจัน รวมใจกันอย่างเหนียวแน่นต่อสู้สุดกำลัง  จนสามารถต้านกองทัพใหญ่ของพม่าได้เป็นเวลานานกว่า 5 เดือนเศษ แม้ในที่สุดจะไม่สามารถต้านทานกองทัพใหญ่ของพม่าได้  แต่ความพ่ายแพ้ของชาวบ้านบางระจันกลับไม่ใช่เรื่องอัปยศ  เป็นความพ่ายแพ้ที่ผู้ชนะอย่างแม่ทัพใหญ่ของพม่ายังต้องต้องจดจำ, ครั่นคร้าม และนับถือในฝีมือและความกล้าหาญของชาวบ้านบางระจัน  ชาวบ้านบางระจันกลุ่มนี้ได้กลายเป็นตำนานของวีรชนผู้รักชาติอยู่ในหัวใจของคนไทยสืบมา

ชาวบ้านบางระจัน 

ประวัติศาสตร์ จารึก บันทึกไว้
มีเหล่าไทย ที่เป็นไท ในไพศาล
จารึกชื่อ เลือดเนื้อ ต้านภัยพาล
เรื่องเล่าขาน ตำนาน บางระจัน

แผ่นดินนี้ กูเกิด กูต้องสู้
ไม่อดสู สละชีพ เพื่อลูกหลาน
โดยไม่รู้ ความตาย จะแพ่วพาน
ถูกสังหาร สิ้นแล้ว บางระจัน

ถึงลูกหลาน เลือดเนื้อ ณ วันนี้
ผู้ยังมี ลมหายใจ อย่างสุขสันต์
รู้หรือไม่ อยู่ได้ เพราะใครกัน
ควรยึดมั่น บางระจัน เป็นบทเรียน

ฤาลืมแล้ว วีรกรรม ที่ทำไว้
ฤาลืมได้ การสูญเสีย ทุกแห่งหน
บางระจัน เป็นเพียงหนึ่ง ที่ทุกข์ทน
ไทยทุกคน ควรตระหนัก จักเข้าใจ

ประพันธ์โดย : ธรรมรัฐ

 

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s